รีวิวภาพยนตร์ The Old Guard : ดิ โอลด์ การ์ด

The Old Guard

 

The Old Guard : ดิ โอลด์ การ์ด ภาพยนตร์อเมริกัน แนว แอ็คชั่น ผจญภัย กำกับภาพยนตร์โดย จีน่า พรินซ์-ไบธ์วูด เขียนบทโดย เกร็ก รัคกา

 

เป็นเรื่องราวของ 4 นักรบ ที่มีชีวิตอมตะ กลุ่มเล็ก ๆ รวมตัวกัน อย่างลับ ๆ นำโดยนักรบชื่อ แอนดี้ ( รับบทโดย ชาร์ลิซ เธอรอน ) ทุกคนต่อสู้ เพื่อปกป้อง มนุษยชาติ มาเป็นเวลา หลายร้อยปี

แต่เมื่อ ต้องไปปฏิบัติภารกิจ เร่งด่วน ที่ทำให้ ความสามารถ ที่ไม่ธรรมดา ของกลุ่ม ได้เปิดเผย โดย ไนล์ ( รับบทโดย คิคี เลย์น ) ซึ่งเป็นนักรบอมตะ คนล่าสุด จึงต้องตัดสินใจ ว่าจะเข้าร่วมกลุ่ม เพื่อช่วยเหลือทุกคน หรือจะกลับไป ใช้ชีวิต กับครอบครัว เหมือนเดิม

 

The Old Guard

 

เนื้อเรื่อง จะเป็น การดัดแปลง จากกราฟิกโนเวล ของ เกร็ก รักคา นักเขียน ที่มีผลงาน โดดเด่น อยู่ทั้งค่าย DC และ Marvel เรียกว่า จับมาหมดแล้ว

The Old Guard เป็นกราฟิกโนเวล ความยาว 5 เล่ม ที่ตีพิมพ์ ในปี 2017 ซึ่งเมื่อจะมี การนำมา ทำเป็นหนัง รักคา ก็ขอทำ การเขียนบท ดัดแปลง ด้วยตนเอง

โดยตัวเขา ก็มีผลงาน การเขียนบท ซีรีส์โทรทัศน์ และวิดีโอ มาพอสมควร แล้วด้วย ดังนั้น บทที่ปรากฏ แก่สายตาเรา จึงแทบจะ เป็นงานที่ ออกมา แทบจะเป็น เนื้อเดียว กับตัวกราฟิกโนเวล เลยทีเดียว ยิ่งบางฉากนั้น คล้ายถึง ขนาดมุมกล้อง ในหนังสือ ทีเดียว

ต้องบอกว่า จากพล็อต จากตัวอย่าง จากหน้าหนัง และความเว่อร์ ของหนังแนวนี้ ที่เคยมี หลายเรื่อง ทำมาก่อน เยอะแยะแล้ว ทำให้เราคิดว่า เรื่องนี้ ที่หยิบพล็อตแนวนี้ มาทำใหม่ ก็น่าจะ มีอะไรเด็ด ๆ มากกว่านี้ ซ่อนอยู่

แต่ก็คง คาดหวัง มากไป เพราะสุดท้าย ตัวเรื่อง ยังถือว่า อยู่ในขั้นธรรมดา สามัญมาก หลัก ๆ คือ แค่มนุษย์อมตะ ที่ไม่รู้ว่า อมตะ จากอะไร พยายามค้นหา สาเหตุของการเป็นอมตะ

ที่จริง ๆ แล้ว ก็ยังทนทุกข์ทรมาน จากการไม่ตาย ได้เช่นกัน ทั้งอาการเจ็บ ที่ยังคงอยู่ การเห็นคนที่รัก ตายจากไป สนิทกับใคร ก็ไม่ได้ เพราะกลัวว่า ความลับ จะถูกเปิดเผย

ด้วยความโดดเดี่ยว นี้เอง จึงทำให้ พล็อตมนุษย์อมตะ แนวนี้ มีอะไร แทบเหมือนกันหมด แต่แค่ เปลี่ยนตัวร้าย เป็นรุ่น ๆ ไป เท่านั้น ซึ่งในเรื่องนี้ ทีมตัวเอก ที่มีกัน 4 คน ต้องมาเจอกับ CEO เจ้าของบริษัทยา ที่ต้องการ ไขความลับ ชีวิตอมตะ ของพวกเขา

โดยอ้างว่า ทำเพื่อ มนุษย์ชาติ แต่จริง ๆ คือ เพื่อหากำไร เข้าบริษัท ซึ่งมันก็เบสิคมาก กับสูตรสำเร็จ แบบนี้

 

พอเส้นเรื่องหลัก ค่อนข้าง ธรรมดา ตัวเรื่อง ก็เลย เหลือแค่ฉากแอ็กชั่น ว่าทำได้ เจ๋งแค่ไหน ซึ่งก็ทำได้กลาง ๆ มาตรฐานปกติ ไม่ถึงกับว้าว หรือมีฉาก ที่น่าจดจำ เป็นตำนาน เลยสักฉาก

แต่ไม่ใช่ว่า จะไม่มันส์ อะไรหรอกนะ ตัวฉากแอ็กชั่น ของเรื่อง ก็สนุก มันส์ใช้ได้ แต่ที่คาดหวัง คือ น่าจะ มีฉากเด็ด ๆ มากกว่านี้ เพราะเป็นถึง มนุษย์อมตะ ตาย ๆ ฟื้น ๆ เป็นว่าเล่น

แต่กลับ นำสกิล ตรงนี้ มาใช้แค่พื้น ๆ เท่านั้น อาจจะ เพราะว่า พอเป็นอมตะด้วย ก็เลยทำให้ คู่ต่อสู้ กลายเป็นกระจอก ไปเลย เพราะคนดู รู้อยู่แล้ว ว่ายังไง ก็ชนะ ฆ่าไม่ตาย

 

The Old Guard

 

ที่ฉากแอ็กชั่น ของเรื่องนี้ ไม่ได้เข้มข้น อะไรมากนัก อีกส่วนหนึ่ง อาจจะ เป็นเพราะ ผู้กำกับ Gina Prince-Bythewood ที่ดูเครดิต การทำงานแล้ว มีแต่หนังแนวดราม่า แทบทั้งนั้น

พอต้องมากำกับ หนังแอ็กชั่น เต็มสูบ ก็เลย เหมือนไม่ใช่ งานถนัด ของเธอนัก และในส่วนดราม่า ของเรื่องเอง ที่พยายาม ปั้นตัวละคร น้องใหม่ มาเข้าทีม

ด้วยอารมณ์สับสน ยังอยากกลับ ไปหาครอบครัว ที่บ้าน เรื่องก็ไม่ได้ รู้สึกหน่วง อะไรนัก เรียกว่า แทบจะ ไม่มีอารมณ์ร่วม ให้คนดู รู้สึกตามนั้นเลย

ส่วนตัวนางเอก ก็มีย้อนอดีต ไปไกลหน่อย สมัยยังรบ พุ่งขี่ม้า ใส่เกราะฟันกัน ซึ่งก็เหมือน จะพยายามบิ้ว ให้ซึ้ง ว่ามีสมาชิกรุ่นก่อน ที่ตาย เพราะพลังอมตะ หายไป โดยไม่รู้สาเหตุ

 

The Old Guard : ดิ โอลด์ การ์ด ก็ถือว่า เป็นหนังทุนสูง ของ Netflix ที่มีงานโปรดักส์ชั่น CG ได้มาตรฐาน แต่ว่า ตัวเรื่อง ไม่ได้แปลกใหม่ ฉากแอ็กชั่น แค่ได้มาตรฐาน ทั่วไป ยังไม่ถึงขั้น มีซีน ที่น่าจดจำ เท่าไหร่นัก

และก็จบ แบบเตรียม ทำภาคต่อ อย่างชัดเจน เข้าใจว่า เป็นเหมือนแนวทางใหม่ ของNetflix ที่ต้องการ ทำหนัง จากดาราดังทุนสูง ในลักษณะ ยาวเป็นซีรีส์ได้

ซึ่งเท่าที่ดู ก็น่าจะประสบความสำเร็จดี เพราะอันดับ ยอดคนดู สูงแซงซีรีส์ดัง ๆ เกือบเท่าตัว ทั้งนั้น เรื่องนี้ ก็มาแนวเดียวกัน ย่อยง่าย ดูเอาเพลิน ๆ แปบ ๆ จบ เล่นบาคาร่า