การฟ้องชู้ ศาลใช้หลักเกณฑ์ใด ในการตัดสินคดี ??

การฟ้องชู้

การฟ้องชู้ เรียกค่าทดแทน สามารถทำได้ ตามกฎหมาย ได้มีการ กำหนด หลักเกณฑ์ สำหรับ การกำหนด ค่าทดแทน ในการชู้ ไว้กว้าง ๆ ว่า การกำหนดค่าทดแทน ในการฟ้องชู้นั้น ให้ศาลวินิจฉัย ตามควรแก่พฤติการณ์แห่งคดี

 

หลักเกณฑ์ ที่ศาล ใช้ในการกำหนด เงินค่าทดแทน ในคดีฟ้องชู้

1. ฐานะทางสังคม และอาชีพการงาน การศึกษา ของทุกฝ่าย ทั้ง สามี ภรรยา และชู้

– การศึกษาเป็นอย่างไร ? ยิ่งฝ่ายที่มีชู้ หรือคู่สมรส ที่มีการศึกษาสูงมาก ก็ถือว่า เป็นบุคคล ท่ีจะต้อง รู้จักผิดชอบ ชั่วดี มากกว่า บุคคลอื่น

ถ้ามีการ นอกใจ คู่สมรส ก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่ศาล จะนำ ข้อนี้ มาใช้ ในการกำหนด ค่าทดแทน ให้สูงขึ้นได้

– ทำอาชีพอะไร เป็นที่รู้จัก ในสังคม มากแค่ไหน ? เป็นประเด็น ที่สำคัญ เพราะถ้าเป็น อาชีพ ที่จะต้อง ได้รับ ความเชื่อถือ หรือเป็นที่ยอมรับ ต่อสังคม เช่น ครู อาจารย์ แพทย์ นักการเมือง ดารานักแสดง

ถ้ามีการ นอกใจ คู่สมรส ย่อมถือว่า เป็นเรื่องร้ายแรง ซึ่งจะเป็น ส่วนหนึ่ง ที่ศาล จะใช้ ในการกำหนด ค่าทดแทน ให้สูงขึ้นได้

– มีรายได้ เป็นอย่างไร ? รายได้ ของคู่ความ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดนั้น เป็นส่วนหนึ่ง ที่ศาล จะนำมา ประกอบ ว่าควร จะกำหนด ค่าทดแทน เป็นจำนวนเงินเท่าไหร่

ถ้าคู่กรณี ทุกฝ่าย มีรายได้ ไม่เยอะมาก เช่น เป็นพนักงานบริษัท เงินเดือนเพียง 15,000 บาทต่อเดือน ศาลก็อาจจะ กำหนด ค่าทดแทน เป็นจำนวน ที่ไม่สูงมาก

แต่ถ้า คู่กรณี มีรายได้สูง เช่น เป็นนักธุรกิจ รายได้ต่อเดือน หลักแสน หลักล้าน ศาลก็อาจจะ กำหนด ค่าทดแทน สูงขึ้น

2. แต่งงานกัน มานานแค่ไหน ?

กรณี ที่คู่สมรส แต่งงาน กันมา เป็นเวลานาน มีครอบครัวมั่นคง กรณีนี้ ถ้ามีการนอกใจ คบชู้ เกิดขึ้น และทำให้ ครอบครัว แตกแยก ค่าทดแทน จะได้รับสูงกว่า คู่สมรส ที่พึ่งแต่งงานกัน มาไม่นาน

แต่ในกรณีที่ คู่สมรส ที่พึ่งจดทะเบียนกัน แต่อยู่กินกันมานาน ย่อมมีความรัก ความผูกพัน กับคู่สมรส เป็นเวลานาน ศาลก็อาจจะ กำหนดค่าทดแทน ให้สูงขึ้นได้

 

การฟ้องชู้

จ้างนักสืบได้ที่ private investigator thailand

 

3. มีการจัดงานแต่งงานกันหรือไม่ ?

คู่สมรสบางคู่ มีการจัดงานใหญ่โต มีสักขีพยานเป็นจำนวนมาก โดยกรณีนี้ เป็นส่วนหนึ่ง ที่ศาล จะนำมา วินิจฉัย ในการกำหนด ค่าทดแทน ให้สูงขึ้น

เพราะการเป็นชู้ จนทำให้ ครอบครัว แตกแยก ย่อมทำให้ คู่สมรส ได้รับความเสียหาย อับอาย ต่อบุคคลอื่น เป็นอย่างมาก เพราะมีสักขีพยาน รู้เห็นการสมรส เป็นจำนวนมาก

ในทางกลับกัน คู่สมรสบางคู่ ไม่มีการ จัดงานสมรสเลย มีเพียงแค่ การจดทะเบียนสมรส ในกรณีนี้ อาจจะ ได้ค่าทดแทน ไม่สูงมาก

4. มีบุตรด้วยกันหรือไม่ ?

ในกรณีที่ คู่สมรส มีบุตรด้วยกัน การเป็นชู้ ย่อมทำให้ ครอบครัว เกิดความแตกแยก ทำให้บุตร ได้รับความเดือดร้อน เสียใจ รวมทั้ง ได้รับ ความอับอาย โดยเฉพาะ ครอบครัว ที่บุตร ยังเล็กอยู่

การที่ครอบครัวแตกแยก ย่อมทำให้บุตร ได้รับผลกระทบ เป็นอย่างมาก ทั้งทางจิตใจ และอาจจะ ทำให้ ขาดการ อุปการะเลี้ยงดู และการเอาใจใส่ จากคู่สมรส ฝ่ายที่มีชู้ จนอาจจะ ทำให้ เด็กมีปมด้อย

ในประเด็นนี้ ศาลจะนำมา หยิบยก กำหนดค่าทดแทน ให้สูงขึ้น มากกว่า กรณีที่ คู่สมรส ไม่มีบุตรด้วยกัน

5. พฤติกรรมในการเป็นชู้ เปิดเผยแค่ไหน ?

บางกรณี มีลักษณะแบบ ปกปิด ไม่ได้เปิดเผย ต่อสาธารณะ เป็นลักษณะ แอบเจอกัน ตามโรงแรม หรือบ้านพักส่วนตัว ไม่มีการนำตัวชู้ ไปเปิดเผย ให้กับบุคคลอื่น รู้ในวงกว้าง ไม่มีการนำรูปคู่ ไปเผยแพร่ ตามสื่อออนไลน์ต่าง ๆ

ในกรณีนี้ ศาลก็จะ กำหนด ค่าทดแทน ให้ต่ำ เพราะพฤติกรรม ไม่ร้ายแรงนัก

บางกรณี มีลักษณะ เปิดเผย เต็มที่ อย่างไม่เกรงกลัว เช่น ลงรูปคู่ แสดงความรักกัน ในสื่อออนไลน์ พาไปเที่ยว ตามสถานที่ต่าง ๆ อย่างเปิดเผย  แสดงตัว เปิดเผย กับเพื่อนร่วมงาน หรือนำไปให้ พ่อแม่รู้จัก หรืออยู่กินกัน แบบเปิดเผยที่บ้าน

หรือบางกรณีที่ ชู้บางคน มาระราน หรือด่าเมียหลวง หรือกรณี ถึงขั้น จัดงานสมรสกันเลย กรณีนี้ ถือว่าเป็น พฤติกรรม ที่รุนแรง ไม่เกรงกลัว ต่อกฎหมาย ศาลจะกำหนด ค่าทดแทน สูงกว่าปกติได้

6. เป็นชู้กัน มานานแค่ไหน และชู้ รู้หรือไม่ ว่าอีกฝ่ายมีคู่สมรส อยู่แล้ว?

ในกรณีที่ เป็นชู้กันไม่นาน เช่น อาจจะแค่ 1-2 อาทิตย์ หรือ อาจจะแค่เดือนเดียว และอาจจะไม่รู้ ว่าอีกฝ่าย มีคู่สมรสอยู่แล้ว กรณีนี้ ถือว่า ความเสียหาย ยังไม่มากเท่าไหร่ ศาลมักจะ กำหนดค่าทดแทน ให้ต่ำ

ในกรณีที่ เป็นชู้กัน เป็นปี และรู้เห็น เป็นใจ ว่าอีกฝ่าย มีคู่สมรสแล้ว จนกระทั่ง โดนจับได้ ในกรณีนี้ ศาลจะกำหนด ค่าทดแทน ให้สูงขึ้น

 

เมื่อเรา รู้ถึง หลักเกณฑ์ ในการกำหนด ค่าทดแทน การฟ้องชู้ ย่อมเป็นประโยชน์ ในการดำเนินคดีฟ้องชู้ เป็นอย่างยิ่ง